ราชินีมูลนิธิ

สมเด็จพระพันวิสาอัยยิกาเจ้า ทรงปรารภถึงความไม่เที่ยงและทางที่จะทรงทำนุบำรุงโรงเรียนราชินีและโรงเรียนราชินีบนในอนาคตในที่สุดทรงสถาปนา “ราชินีมูลนิธิ” ขึ้น ซึ่งเป็นนิติบุคคลเป็นองค์กรดูแลทำนุบำรุงโรงเรียนราชินีและโรงเรียนราชินีบนตลอดจนสถาบันการศึกษาอื่นหากจะจัดตั้งขึ้นในอนาคต เพราะนิติบุคคลย่อมมีชีวิตยืนนานตราบเท่าที่สามารถปฏิบัติงานตามวัตถุประสงค์ทั้งปวงได้ไม่มีอายุขัยเช่นมนุษย์ธรรมดา

สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวีพระพันวิสาอัยยิกาเจ้าได้ทรงลงพระนามาภิไธย “สว่างวัฒนา” ในตราสารจัดตั้ง “ราชินีมูลนิธิ” เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2484 และได้ทรงลงพระนามาภิไธยในหนังสือสำคัญยกอสังหาริมทรัพย์ สังหาริมทรัพย์ ทั้งหลายให้แก่ราชินีมูลนิธิในวันที่ 13 มิถุนายน 2484 โปรดเกล้าฯให้ราชินีมูลนิธิเป็นองค์กรที่มีทุนสำหรับบำรุงการศึกษาของโรงเรียนทั้งสองตลอดจนที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่อีกในอนาคต ไม่คิดค่าเล่าเรียนเด็กอนาถา กำพร้าบิดามารดาที่เรียนในโรงเรียนเหล่านี้ด้วย โปรดเกล้าฯแต่งตั้งให้มีคณะกรรมการ 9 ท่าน เป็นผู้จัดการมูลนิธิเป็นครั้งแรกโดยมีหม่อมเจ้าหญิงพิจิตรจิราภา เทวกุล ท่านอาจารย์ใหญ่โรงเรียนราชินีทรงดำรงตำแหน่งประธานกรรมการราชินิมูลนิธิ ส่วนกรรมการอีก 8 ตำแหน่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่าง ๆ กัน เช่น ด้านการศึกษา ด้านกฎหมาย ด้านการเงินการบัญชี เป็นต้น คณะกรรมการราชินีมูลนิธิประชุมกันเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2484

ในระยะนั้นกำลังเริ่มมหาสงครามโลกครั้งที่ 2 การสอบไล่ต้องงดให้ถือเวลามาเรียนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 นับเป็นการสอบได้และให้ปิดโรงเรียนตั้งแต่กลางเดือน มกราคม 2484 ใน พ.ศ. นี้ ทางราชการได้เปลี่ยนปีปฏิทินคือ ให้วันที่1 มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่ และปีนั้นเองท่านอาจารย์ใหญ่ทรงรับโอนโฉนดโรงเรียนสุนันทาลัยพร้อมทั้งสิ่งปลูกสร้างในที่ดินแปลงนี้มาเป็นของราชินีมูลนิธิด้วย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น